| เรด้าตรวจสภาพอากาศ ( Weather Radar) |
| วิทยาศาสตร์ - ดาราศาสตร์ |
| วันอาทิตย์ที่ 08 มกราคม 2012 เวลา 17:46 น. |
|
เทคโนโลยีและไอทีที่ใช้ในการประเมินสภาพอากาศ เพื่อเก็บเป็นสถิติ ใช้ประกอบการวางแผนในการจัดสรร เพื่อการป้องกันภัยทางธรรมชาติ และการประกอบอาชืพในด้านต่างๆนั้น อุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย และสามารถใช้งานได้จริง เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ความรู้ทั่วไป ในช่วงเวลาก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ( ค.ศ.1939 - 1945 ) ก็ได้มีการประดิษฐ์คิดค้นเรดาร์ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อใช้ในการตรวจหาและติดตามเครื่องบินและเรือ ในระหว่างสงครามก็มีการพัฒนาต่อเนื่องกันอย่างรวดเร็วทั้งเรดาร์ประจำภาคพื้นดินและเรดาร์ที่ติดตั้งในอากาศยาน ดังนั้นตั้งแต่ ค.ศ.1945 เรดาร์ก็กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการควบคุมการจราจรทางอากาศ ในช่วงคลื่นยาวๆที่ใช้ในระยะเริ่มแรกนั้นไม่มีผลเกี่ยวข้องกับลักษณะทางอุตุนิยมวิทยาแต่อย่างไร แต่เรดาร์ที่ใช้ช่วงความยาวคลื่นที่สั้นลงกล่าวคือต่ำกว่า 10 ซม.หรือน้อยกว่านั้นก็มีการพบว่าจะมีการสะท้อนคืนของคลื่นเรดาร์จากเป้าทางอุตุนิยมวิทยาเช่น กลุ่มเมฆและยังอาจทำให้ระยะพิสัยในการตรวจวัดลดน้อยลงอีกด้วย ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ.1945เป็นต้นมานักอุตุนิยมวิทยาก็ได้รับอุปกรณ์เรดาร์ที่เหลือใช้จากสงครามซึ่งส่วนมากเป็นเรดาร์ที่ใช้ช่วงคลื่น 10 หรือ 3 เซนติเมตร เพื่อใช้ศึกษาในทางอุตุนิยมวิทยา ต่อมานักอุตุนิยมวิทยาเหล่านี้ก็ทราบถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้เรดาร์เป็นเครื่องมือตรวจลักษณะอากาศที่แตกต่างไปจากเครื่องมืออื่นๆ ดังนั้นจึงมีการศึกษาอย่างขยันขันแข็งเกี่ยวกับข้อมูลเรดาร์และประโยชน์ที่จะได้รับ จนกระทั่งในปีทศวรรษที่ 1950 และ1960 ก็เริ่มมีการใช้เรดาร์เพื่อการตรวจอากาศ โดยเรดาร์ที่ใช้นี้มีลักษณะแตกต่างจากเรดาร์ที่ใช้ในการเดินเรือและเดินอากาศ เรดาร์ตรวจอากาศดังกล่าวมักถูกติดตั้งในบริเวณสนามบินหรือบริเวณที่มีการเกิดพายุบ่อยครั้ง ในบางโอกาศก็มีการออกคำเตือนเกี่ยวกับพายุต่อนักบินและชุมชน เราจะเห็นได้ว่าข้อมูลที่ได้จากเรดาร์ก็เป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมจากข้อมูลอุตุนิยมวิทยาอื่นๆเพื่อช่วยในการพยากรณ์อากาศ ในขณะเดียวกับนักวิจัยก็ได้พยายามที่จะค้นคว้าหาวิธีที่จะวิเคราะห์ค่าปริมาณฝนจริงๆโดยมีความแม่นยำเพียงพอเพื่อเป็นประโยชน์ต่อนักอุตุนิยมวิทยาและนักอุทกวิทยาซึ่งกรรมวิธีดังกล่าวจำเป็นต้องเปลี่ยนข้อมูลเป็นระบบดิจิตัล แต่ในระยะเริ่มต้นก็ยังมีปัญหาเกี่ยวกับปริมาณข้อมูลที่่จะต้องเก็บไว้เนื่องจากมีจำนวนมากมาย แต่อย่างไรก็ดีในปลายทศวรรษที่ 1960 ก็ได้มีการผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งมีขนาดเล็กและมีความสามารถสูง ดังนั้นก็ได้มีข้อมูลฝนจากเรดาร์ในช่วงเวลาใกล้เคียงความจริงออกมาใช้เช่นกัน และต่อมาก็ได้มีการพัฒนาต่อไปที่จะใช้ข้อมูลจากเรดาร์ร่วมกับข้อมูลจากดาวเทียมและข้อมูลอุตุนิยมวิทยาอื่นๆ นอกจากนี้ก็ยังมีการพัฒนาเทคนิคต่างๆเพื่อใช้ในการพยากรณ์ปริมาณน้ำฝนทั้งในระยะเวลาอันสั้นจนถึงภายในระยะเวลาหลายชั่วโมงล่วงหน้า เรดาร์คืออะไร คำว่าเรดาร์ (Radar) ย่อมาจากคำในภาษาอังกฤษว่า Radio Detection And Ranging หมายถึงการใช้คลื่นวิทยุในการค้นหาตำแหน่ง (ทั้งทิศทางและระยะทาง) ของสิ่งที่ต้องการค้นหาหรือที่เรียกว่าเป้า (target) ซึ่งจะเป็นอะไรก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ในการใช้เรดาร์เช่น การใช้ในกิจการทหาร การบิน การเดินเรือ การจราาจร การเกษตร การทำวิจัยและกิจการอุตุนิยมวิทยาแต่ในที่นี้คำว่าเป้าจะหมายถึงเป้าในทางอุตุนิยมวิทยาเท่านั้น เรดาร์มีส่วนประกอบอะไรบ้าง เครื่องเรดาร์ตรวจอากาศโดยทั่วไปจะมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ
หลักการทำงานของเรดาร์ เรดาร์ทำงานโดยการที่เครื่องส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาในรูป Pulse มีช่วงสั้นโดยออกจากเครื่องส่งไปยังจานสายอากาศ โดยส่งเป็นช่วงๆส่งและหยุดสลับกันไป(ที่ต้องเป็นเช่นนี้ก็เพื่อว่าให้เครื่องรับมีช่วงเวลาที่จะรับสัญญาณที่สะท้อนกลับมา)ในขณะเดียวกันจานสายอากาศก็จะหมุนโดยรอบ 360 องศา และทำหน้าที่รวมคลื่นให้เป็นลำเหมือนลำแสงจากไฟฉายส่งออกไปในทิศทางที่สัมพันธ์กับการหมุนของจานสายอากาศ คลื่นที่ส่งออกไปนี้จะเดินทางด้วยความเร็วเท่าความเร็วของแสง คือประมาณ 300,000,000 เมตร/วินาที เมื่อคลื่นไปกระทบเป้าก็จะสะท้อนกลับมายังจานสายอากาศแล้วส่งต่อไปถึงเครื่องรับ (ในช่วงที่เครื่องส่งหยุดส่งคลื่นโดยมีสวิชต์เปลี่ยนไปมาระหว่างการส่งและการรับ)เป้าที่มีความหนาแน่นมากจะสะท้อนคลื่นกลับมาแรงกว่าเป้าที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า จากนั้นคลื่นสะท้อนจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยประมวลผลเพื่อประมวลผลแล้วส่งผลที่ได้ไปแสดงที่จอภาพ เป้า (Target) ของเรดาร์ในทางอุตุนิยมวิทยา คืออะไร ในทางอุตุนิยมวิทยาแล้ว คำว่า เป้า ของเรดาร์หมายถึง ปรากฎการณ์เกี่ยวกับสภาพอากาศต่างๆที่สามารถสะท้อนคลื่นของเรดาร์ได้ เช่น ฝน ฝนฟ้าคะนอง พาย ุลูกเห็บ หิมะ เมฆ และในกรณีของเรดาร์ที่ทันสมัยอย่างดอปเปอร์เรดาร์ (Doppler Radar) นั้น สามารถตรวจวัดทิศทางและความเร็วลมได้ด้วย แม้ว่าในบางครั้งมีบางสิ่งที่มิใช่เป้าในทางอุตุนิยมวิทยาสะท้อนคลื่นเรดาร์กลับมา แล้วเข้ามาปรากฎในจอภาพ เช่น ฝูงนกหรือฝูงแมลงที่มีจำนวนมากหรือภาพของพื้นดินซึ่งเกิดจากการสะท้อนของคลื่นที่ผิดปกติ ในกรณีเช่นนี้เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจต้องใช้ความชำนาญในการแยกแยะว่าภาพใดเป็นหรือไม่เป็นเป้าในทางอุตุนิยมวิทยา เครื่องเรดาร์ที่ใช้ในกิจการของกรมอุตุึนิยมวิทยาในปัจจุบันมีกี่ชนิด กรมอุตุนิยมวิทยาได้จัดหาเครื่องเรดาร์ที่ทันสมัยเรียกว่า ดอปเปลอร์เรดาร์ไว้ใช้ในราชการของกรมฯตามความเหมาะสมของจุดประสงค์ในการใช้ 3 ชนิดด้วยกัน ซึ่งจะเรียกเรดาร์ทั้ง 3 ชนิดนี้ว่า เรดาร์ตรวจอากาศ
ความแตกต่างของเรดาร์ทั้ง 3 ชนิดสามารถแสดงได้ดังตารางต่อไปนี้ ชนิดของเรดาร์ ความยาวคลื่น (ซ.ม) ความถี่ (เมกกะเฮิรซ์) ในการตรวจฝนของเรดาร์ตรวจวัดเป็นความแรง มีหน่วยเป็น มม./ชม. ดังนี้ ฝนกำลังอ่อน ความแรง 0.1-5.0 ฝนกำลังปานกลาง ความแรง 5.1-25.0 ฝนกำลังแรง ความแรง 25.1-50.0 ฝนกำลังแรงมาก ความแรง 50.1 ขึ้นไป ตารางแสดงความสัมพันธ์ของความแรงระหว่างค่าสัญญาณสะท้อนกลับกับเป้าทางอุตุนิยมวิทยา 20 dBZ = ฝนกำลังอ่อนมากแทบจะวัดปริมาณฝนไม่ได้ 30 dBZ = ฝนกำลังอ่อน (ประมาณ 3 มม./ชม.) 40 dBZ = ฝนกำลังปานกลาง (ประมาณ 12 มม./ชม.) 50 dBZ = ฝนกำลังแรง (ประมาณ 50 มม./ชม.) 55 dBZ = ฝนกำลังแรงมาก (ประมาณ 100 มม./ชม.) ในบริเวณที่ตรวจพบความแรงสูงกว่า 55 dBZ มีความเป็นไปได้ที่จะตรวจพบลูกเห็บ เรดาร์ตรวจอากาศดอปเปลอร์สำนักอุตุนิยมวิทยาขนส่ง ประโยชน์ของเรดาร์ตรวจอากาศมีอะไรบ้าง
|
Youtube Channel
บทความใหม่
- เหตุผล 10 ข้อ ใช้ wordpress ขายสินค้า amazon
- การสร้างรายได้กับเว็บไซต์ YouTube
- รถไฟความเร็วสูงมีไปเพื่ออะไร
- ขยะออนไลน์ยุคถดถอยของเว็บไซต์บนโลกไซเบอร์
- เกาะกระแสโลกออนไลน์สาวเกาหลี KW7412
- เวียดนามกับหลักสูตรการศึกษาใหม่เน้นสอนเด็กเก่งคอมพิวเตอร์ จนวิศวกร
- สถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Architecture)
- แบตเตอรี่ของ MacBook เสี่ยงต่อการโดนแฮค
- เตือนใช้ไฟตัดหมอก ตำรวจจับ ปรับได้
- เรื่องที่คิดไปเอง

