น้ำใส ››› : เมนูหลัก สุขภาพ จะทราบว่าตนเองไข่ตกได้อย่างไร
จะทราบว่าตนเองไข่ตกได้อย่างไร
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
สุขภาพ - เรื่องทั่วไป
วันอังคารที่ 09 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 09:13 น.

1. ประวัติประจำเดือน ตามธรรมชาติที่มีไข่ตกเป็นปกติจะมีรอบเดือนมาทุกๆ 28-30 วันอย่างไรก็ตามร้อยละ 10 ของสตรีที่มีรอบเดือนมาปกติอาจไม่มีไข่ตกก็ได้

2. การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย อุณหภูมิของร่างกายก่อนตกไข่จะต่ำกว่าระยหลังตกไข่ ภายหลังไข่ตกไปแล้วอุณหภูมิจะสูงอย่างต่อเนื่องหลังจากนั้นจะลดลงเล็กน้อยก่อนที่จะมีระดูในรอบถัดไป วิธีการตรวจวัดทำโดยให้วัดอุณหภูมิทุกวันตอนเช้าภายหลังตื่นนอนทันที โดยอมปรอทใต้ลิ้นและนำมาอ่านผล ข้อเสียของวิธีนี้คือต้องปฏิบัติทุกวัน และการที่มีไข่ตกนั้นเป็นการดูย้อนหลัง ซึ่งระดูรอบถัดไปอาจจะไม่มีไข่ตกก็ได้

3. การตรวจหาฮอร์โมน LH ปัจจุบันมีการตรวจวัดฮอร์โมนดังกล่าวทั้งจากทางเลือดและปัสสาวะ โดยหากตรวจพบผลบวกจะตกไข่ภายใน 14-26 ชั่วโมง ดังนั้นก็จะแนะนำให้มีการร่วมเพศในวันถัดไป ข้อเสียคืออาจต้องตรวจหลายครั้งในแต่ละรอบระดูทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย

4. การเจาะเลือดเพื่อหาฮฮร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ในระยะก่อนไข่ตกฮฮร์โมนโปรเจสเตอโรนจะอยู่ในระดับต่ำๆ คือน้อยกว่า 1 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร ภายหลังตกไข่จะมีระดับที่สูงขึ้น ในทางปฏิบัติจะทำการตรวจเลือดในวันที่ 21 ของรอบระดู เพื่อส่งตรวจหาฮฮร์โมนโปรเจสเตอโรน ถ้าค่าได้มากกว่า 3 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตรก็บอกว่ามีไข่ตก อย่างไรก็ตามวิธีนี้เหมาะสำหรับในรายที่มีรอบเดือนที่มาสม่ำเสมอ

5. การสุ่มตัดชิ้นเนื้อจากโพรงมดลูก ปัจจุบันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้วิธีนี้ เนื่องจากมีความเจ็บปวด เสียค่าใช้จ่ายสูงในการตรวจหาชื้นเนื้อ

6. การอัลตราซาวด์เพื่อกำหนดวันตกไข่ เป็นวิธีที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากทำได้สะดวก ไม่เจ็บปวด โดยก่อนไข่ตกถุงไขจะโตขึ้นประมาณ 2 มิลลิเมตรต่อวัน ในช่วงก่อนไข่ตกจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 18-25 มิลลิเมตร ดังนั้นจึงสามารถคาดคะเนวันตกไข่ได้


Comments
Search RSS
Only registered users can write comments!

!joomlacomment 4.0 Copyright (C) 2009 Compojoom.com . All rights reserved."