|
ความหมายของการชลประทาน การชลประทาน คือ การให้น้ำแก่พืช เพื่อช่วยให้พืชได้รับน้ำเพียงพอกับความต้องการ กิจการชลประทาน จะต้องประกอบด้วย ๒ องค์ประกอบ คือ เป็นกิจการที่บุคคลจัดทำขึ้นเพื่อนำน้ำไปใช้ และใช้น้ำนั้นเพื่อการเพาะปลูก
พระราชบัญญัติการชลประทานราษฎร์ พุทธศักราช ๒๔๘๒ " การชลประทาน " หมายความว่า " กิจการที่บุคคลได้จัดทำขึ้น เพื่อส่งน้ำจากทางน้ำหรือแหล่งน้ำใด ๆ เป็นต้นว่า แม่น้ำ ลำธาร ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ไปใช้ในการเพาะปลูกและให้ประโยชน์ เพื่อป้องกันการเสียหายแก่การเพาะปลูกอันเกี่ยวกับน้ำ "
พระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕ " การชลประทาน " หมายความว่า " กิจการที่รัฐบาลจัดทำเพื่อส่งน้ำ จากทางน้ำหรือแหล่งน้ำไปใช้ ในการเพาะปลูก และหมายความถึงการป้องกันการเสียหายแก่การเพาะปลูกอันเกี่ยวกับน้ำ ทั้งรวมถึงการคมนาคมทางน้ำ ซึ่งอยู่ในเขตชลประทานนั้นด้วย " ซึ่งจะเห็นว่า การชลประทานในพระราชบัญญัติการชลประทานราษฎร์ นอกจาก จะหมายถึง การส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกแล้ว ยังให้หมายรวมถึงกิจการประเภทอื่น ที่เป็นประโยชน์ต่อการเพาะปลูก อีก ๓ ประเภท คือ การเก็บน้ำ การระบายน้ำและการบรรเทาอุทกภัยด้วย.......ส่วนความหมายในพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง ยังมีการคมนาคมทางน้ำ เพิ่มขึ้นมาอีกประเภทหนึ่งด้วย
สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถานเล่ม ๑๐ พ.ศ. ๒๕๑๒ - ๒๕๑๓ การชลประทาน คือการพัฒนาทรัพยากรน้ำ (Water Resources Development) โดย การจัดสรรน้ำเพื่อใช้ประโยชน์หลาย ๆ อย่างด้วยวิธีการต่าง ๆ กัน เช่น ๑. การเก็บน้ำ (Storage of Water หรือ Water Conservation) ๒. การส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูก (Irrigation) ๓. การระบายน้ำ (Drainage) ๔. การแปรสภาพที่ดิน (Land Reclamation) ๕. การบรรเทาอุทกภัย (Flood Control) ๖. การไฟฟ้าพลังน้ำ (Hydro Power) ๗. การคมนาคมทางน้ำ (Inland Navigation)
พระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่ ๔) พุทธศักราช ๒๕๑๘ " การชลประทานหลวง " หมายถึง กิจการที่กรมชลประทานจัดทำขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่ง น้ำ หรือเพื่อเก็บรักษา ควบคุม ส่ง ระบาย หรือแบ่งน้ำ เพื่อเกษตรกรรม การพลังงาน การสาธารณูประโภค หรือการอุตสาหกรรม และหมายความรวมถึงการป้องกันความ เสียหายอันเกิดจากน้ำ กับรวมถึงการคมนาคมทางน้ำซึ่งอยู่ในเขตชลประทานด้วย
ความหมายของกิจการชลประทาน โดยย่อ จาก สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถานเล่ม ๑๐ พ.ศ. ๒๕๑๒ - ๒๕๑๓
การเก็บน้ำ คือ กิจการที่จัดทำขึ้นเพื่อเก็บและรักษาประมาณน้ำและระดับน้ำไว้ใช้ประโยชน์ต่าง ๆ กัน เช่น เพื่อการเพาะปลูกการบรรเทาอุทกภัย การไฟฟ้าพลังน้ำ การคมนาคมทางน้ำ การป้องกันน้ำเค็ม เป็นต้น
การส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูก คือ กิจการที่จัดทำขึ้นเพื่อส่งน้ำไปใช้ในการเพาะปลูก
การระบายน้ำ คือ กิจการที่จัดทำขึ้นเพื่อการระบายน้ำ หรือไขน้ำที่เกินต้องการออกจากพื้นที่บริเวณหนึ่ง เพื่อประโยชน์ต่างๆ กัน เช่น การเพาะปลูก การสุขาภิบาล
การแปรสภาพที่ดิน คือ กิจการที่จัดทำขึ้นเพื่อล้างเนื้อดินที่มีกรดคือมีความเปรี้ยวหรือมีด่าง คือมีความเค็มมากเกินไปใช้เพาะปลูกไม่ค่อยได้ผล โดยส่งน้ำไปล้างเนื้อดินให้จืดลงจนใช้เพาะปลูกได้
การบรรเทาอุทกภัย คือ กิจการที่จัดทำขึ้นเพื่อป้องกันมิให้น้ำจากลำน้ำไหลบ่าเข้าไปท่วมพื้นที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งเพื่อประโยชน์ต่างๆกัน เช่น เพื่อป้องกันการเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ การเพาะปลูกบ้านเมือง เส้นทางคมนาคม ในบริเวณนั้นเป็นต้น
การไฟฟ้าพลังน้ำ คือ กิจการที่จัดทำขึ้นโดยใช้แรง น้ำตกจากเขื่อนเก็บน้ำ เป็นพลังขับดันเครื่องกังหันน้ำ ให้หมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แทนการใช้เชื้อเพลิง เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลงไปได้ นอกจากนี้น้ำที่ใช้แล้ว ยังส่งไปใช้ประโยชน์ต่าง ๆ ทางท้ายน้ำลงไป เช่น การเพาะปลูกการคมนาคม ทางน้ำ การป้องกันน้ำเค็ม เป็นต้น ได้อีกด้วย
ประเภทอาคารชลประทานชนิดต่างๆ ฝาย ฝายเป็นอาคารทดน้ำประเภทหนึ่ง สร้างขึ้นทางต้นน้ำของลำน้ำธรรมชาติ ทำหน้าที่ทดน้ำ ที่ไหลมาตามลำน้ำ ให้มีระดับสูง จนสามารถไหลเข้าคลองส่งน้ำได้ตามปริมาณที่ต้องการ ในฤดูกาลเพาะปลูก ส่วนน้ำที่เหลือจะไหล ล้นข้ามสันฝายไป ฝายทุกแห่งต้องสร้างให้มีความสูงมากพอ สำหรับทดน้ำให้ส่งเข้าคลองส่งน้ำได้ และจะต้องมีความยาว มากพอที่จะให้น้ำที่ไหลมาในฤดูน้ำผ่านฝายไปได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ทำให้เกิดน้ำท่วมตลิ่งสองฝั่งลำน้ำด้านเหนือ ฝายมากเกินไป โดยทั่วไปแล้ว ฝายส่วนใหญ่จะมีขนาดความสูงไม่มากนัก มีรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมคางหมู และมักจะมีส่วนลาดเท ของอาคารทางด้านท้ายน้ำแบนราบกว่าส่วนลาดเททางด้านเหนือน้ำ

ฝายที่สำคัญในประเทศไทย ได้แก่
ฝายรัตภูมิ ฝายหนองหวาย ฝายแม่ยม ฝายท่าเชียด ฝายดุสน ฝายแม่กวง ฝายแม่แตง ฝายสินธุกิจปรีชา
เขื่อนระบายน้ำ เขื่อนระบายน้ำเป็นอาคารทดน้ำแบบหนึ่ง ซึ่งสร้างขวางลำน้ำสำหรับทดน้ำที่ไหลมา ให้มีระดับสูงจนสามารถ ส่งเข้าคลองส่งน้ำ ได้ตามปริมาณที่ต้องการในฤดูกาลเพาะปลูก เช่นเดียวกับฝาย แต่เขื่อนระบายน้ำจะระบายน้ำผ่านเขื่อนไปได้ ตามปริมาณที่กำหนด โดยไม่ยอมให้น้ำไหลล้นข้ามเหมือนฝาย เมื่อเวลาน้ำหลากมาเต็มที่ในฤดูฝน เขื่อนระบายน้ำจะสามารถ ระบายน้ำผ่านไปได้ทันที

เขื่อนระบายน้ำที่สำคัญในประเทศไทย ได้แก่
เขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนวชิราลงกรณ์ เขื่อนพระราม ๖ เขื่อนเพชร เขื่อนน้ำเชิญ เขื่อนปัตตานี
เขื่อนเรศวร
เขื่อนเก็บกักน้ำ เขื่อนเก็บกักน้ำสร้างปิดกั้นลำน้ำธรรมชาติ ระหว่างหุบเขาหรือเนินสูง เพื่อเก็บกักน้ำที่ไหลมามากไว้ทางด้าน เหนือเขื่อน ทำให้เกิดเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดต่าง ๆ น้ำที่เก็บไว้นี้สามารถ นำออกมาทางอาคารที่ตัวเขื่อนได้ทุกเวลาที่ต้องการ โดยอาจระบายลงไปตามลำน้ำให้กับเขื่อนทดน้ำที่สร้างอยู่ทางด้านอ่าง หรืออาจส่งเข้าคลองส่งน้ำสำหรับโครงการชลประทานที่มีคลองส่งน้ำรับน้ำจากเขื่อนเก็บกักน้ำ แล้วแจกจ่ายให้กับพื้นที่เพาะปลูกโดยตรง

เขื่อนเก็บกักน้ำที่สำคัญในประเทศไทย ได้แก่
เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนกิ่วลม เขื่อนแม่กวง เขื่อนลำปาว เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนน้ำอุ่น เขื่อนห้วยหลวง เขื่อนลำนางรอง เขื่อนปราณบุรี เขื่อนทับเสลา
ประเภทโครงการชลประทาน
โครงการชลประทานขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นงานชลประทานอเนกประสงค์ที่สามารถก่อให้เกิด ประโยชน์ทางด้านการเกษตร การอุปโภคบริโภค การบรรเทาอุทกภัย การอุตสาหกรรม การผลิตกระแส ไฟฟ้าจากพลังน้ำ การคมนาคม แหล่งเพาะพันธุ์ประมงน้ำจืด แหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ และอื่น ๆ ในแต่ละโครงการมีงานก่อสร้างหลายประเภท เช่น เขื่อนเก็บกักน้ำ เขื่อนหรือ ฝายทดน้ำ การสูบน้ำ ระบบส่งน้ำ ระบบระบายน้ำ ระบบชลประทานในแปลงนา ถ้าเป็นการก่อสร้าง ประเภทเขื่อนเก็บกักน้ำ สามารถเก็บกักน้ำได้มากกว่า ๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือมีพื้นที่อ่างเก็บน้ำตั้งแต่ ๑๕ ตารางกิโลเมตร หรือมีพื้นที่ ชลประทานมากกว่า ๘๐,๐๐๐ ไร่
โครงการชลประทานขนาดกลาง เป็นโครงการชลประทานที่มีขนาดเล็กกว่าโครงการชลประทานขนาดใหญ่โดยจะต้องเป็นโครงการที่มีการจัดทำ รายงานความเหมาะสมแล้ว มีปริมาตร เก็บกักน้ำน้อยกว่า ๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่เก็บกักน้ำน้อยกว่า ๑๕ ตารางกิโลเมตร หรือมีพื้นที่ชลประทานน้อยกว่า ๘๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งจะเป็นงานก่อสร้างอาคารชลประทานประเภทต่าง ๆ อาทิ เขื่อนเก็บกักน้ำ เขื่อนทดน้ำ ฝาย โรงสูบน้ำ ระบบส่งน้ำและระบายน้ำ ฯลฯ รวมทั้งงานก่อสร้างทางลำเลียงผลผลิตและ งานแปรสภาพลำน้ำ
โครงการชลประทานขนาดเล็ก
เป็นงานพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก ที่กรมชลประทานได้เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๐ เพื่อแก้ปัญหาหรือบรรเทา ความเดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภค และการเกษตร ซึ่งเป็น ความจำเป็นขั้นพื้นฐานของราษฎรในชนบท หรือพื้นที่ที่ห่างไกล รวมทั้งการแก้ไขบรรเทาความเดือดร้อนจากอุทกภัย และน้ำเค็มที่ขึ้นถึงพื้นที่เพาะปลูก โดยการก่อสร้าง อาคารชลประทานขนาดเล็ก ประเภทต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศและปัญหาที่เกิดขึ้นตามความต้องการของราษฎร
ปรับขนาดอักษร -
+
|