
ในยุคที่การทำงานแบบ Hybrid และภัยคุกคามทางไซเบอร์ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ Firewall แบบเดิมๆ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป วันนี้เราจะมาเจาะลึก FortiGate 70G น้องเล็กแต่สเปกโหดที่กำลังเป็นกระแสในวงการ IT ไทย รุ่นนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความเร็วระดับ Multi-Gigabit ในราคาที่จับต้องได้ครับ
1. ประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดดด้วยขุมพลัง SP5
หัวใจสำคัญที่ทำให้ FortiGate 70G โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนหน้า (อย่าง 60F หรือ 80F) คือชิปประมวลผล FortiSP5 (Security Processor 5) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดจาก Fortinet
- ความเร็วเหนือชั้น ให้ประสิทธิภาพด้าน Firewall Throughput สูงถึง 28 Gbps
- การจัดการ SSL Inspection สามารถถอดรหัสข้อมูลที่เข้ารหัสได้รวดเร็วโดยไม่ทำให้เน็ตอืด ซึ่งจำเป็นมากในยุคที่ Traffic ส่วนใหญ่เป็น HTTPS
- ประหยัดพลังงาน แม้จะแรงขึ้นแต่กินไฟน้อยลง และระบายความร้อนได้ดีเยี่ยม เหมาะกับออฟฟิศที่ไม่ได้มีห้อง Server ติดแอร์ตลอดเวลา
2. Feature เด็ดที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
FortiGate 70G ไม่ได้เป็นแค่ Firewall กันไวรัส แต่มันคืออุปกรณ์ Next-Generation Firewall (NGFW) ที่ทำได้สารพัดประโยชน์
- SD-WAN ในตัว สำหรับบริษัทที่มีหลายสาขา FortiGate 70G ช่วยสลับเส้นทางอินเทอร์เน็ตอัตโนมัติเมื่อลิงก์หลักล่ม ทำให้การใช้งานแอปพลิเคชันอย่าง Zoom หรือ Microsoft 365 ไม่สะดุด
- Zero Trust Network Access (ZTNA) ช่วยให้พนักงาน Work from Home เข้าถึงทรัพยากรในบริษัทได้อย่างปลอดภัยกว่า VPN แบบเดิม
- AI-Powered Security ด้วยบริการ FortiGuard Labs มันสามารถตรวจจับและบล็อก Ransomware หรือ Malware สายพันธุ์ใหม่ๆ ได้แบบ Real-time

3. มุมมองการแก้ปัญหา (Use Case & Troubleshooting)
จากประสบการณ์ของชาว IT ไทย มักจะเจอปัญหา “เน็ตแรงแต่ Firewall วิ่งไม่ไหว” หรือ “เปิด UTM แล้วเครื่องค้าง”
- แก้ปัญหาคอขวด FortiGate 70G มาพร้อมพอร์ต 5Gbps RJ45 และ SFP slots ทำให้รองรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 1Gbps/2Gbps ในปัจจุบันได้สบายๆ โดยที่ CPU ไม่ดีดไป 100%
- การจัดการที่ง่าย ผ่าน FortiOS ที่หน้าตาเป็นมิตร มี Dashboard บอกชัดเจนว่าใครแอบโหลดบิทหรือเข้าเว็บอันตราย ช่วยให้ Admin ไล่เช็กปัญหาได้ตรงจุด
4. จุดเด่นที่ทำให้ 70G ชนะขาด
- Compact Form Factor ขนาดเล็ก วางบนโต๊ะได้ ไม่ต้องใช้ตู้ Rack ใหญ่โต
- Best Performance per Watt แรงที่สุดในบรรดารุ่น Desktop-entry
- Future-Proof รองรับการขยายตัวของเทคโนโลยี Network ในอีก 3-5 ปีข้างหน้าได้สบาย

สรุป เหมาะกับใคร?
FortiGate 70G เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ SME ขนาดกลาง, สาขาขององค์กรใหญ่ (Branch Office), หรือแม้แต่บ้านระดับ High-end ที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุดและอินเทอร์เน็ตที่วิ่งเต็มสปีด

เปรียบเทียบ FortiGate 70G กับรุ่นยอดนิยมในอดีตอย่าง 60F (ที่หลายคนกำลังจะเปลี่ยน) และรุ่นพี่ที่ขยับขึ้นไปอีกนิดอย่าง 80F รวมถึงรุ่นใหม่อย่าง 90G ครับ
จุดตัดสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนผ่านจากชิปยุคเก่า (SOC4) มาเป็นชิปยุคใหม่ FortiSP5 ครับ
ตารางเปรียบเทียบสเปก FortiGate Series (Desktop Models)
| Feature | 60F (รุ่นยอดนิยมเดิม) | 80F (รุ่นเน้น Performance) | 70G (รุ่นใหม่ล่าสุด) | 90G (รุ่นท็อป Desktop) |
| Chipset | SOC4 | SOC4 | FortiSP5 (รุ่นใหม่) | FortiSP5 (รุ่นใหม่) |
| Firewall Throughput | 10 Gbps | 10 Gbps | 28 Gbps | 28 Gbps |
| IPS Throughput | 1.4 Gbps | 1.4 Gbps | 4.7 Gbps | 4.5 Gbps |
| NGFW Throughput | 1.0 Gbps | 1.0 Gbps | 4.0 Gbps | 4.0 Gbps |
| Threat Protection | 700 Mbps | 900 Mbps | 3.1 Gbps | 3.0 Gbps |
| Interfaces | 10x GE RJ45 | 8x GE RJ45, 2x SFP | 10x GE, 2x 5GE RJ45, 2x SFP | 8x GE, 2x 10GE (RJ45/SFP+) |
| Memory (RAM) | 4 GB | 4 GB | 8 GB | 8 GB |
วิเคราะห์ความแตกต่างที่สำคัญ
1. ประสิทธิภาพที่ทิ้งห่าง (70G vs 60F/80F)
จะเห็นได้ว่า 70G แรงกว่า 60F และ 80F ถึง 3-4 เท่า ในเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะค่า Threat Protection (การเปิดใช้ฟีเจอร์ความปลอดภัยครบถ้วน) ที่โดดไปถึง 3.1 Gbps ในขณะที่รุ่นเดิมวิ่งไม่ถึง 1 Gbps ด้วยซ้ำ ทำให้ 70G รองรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในปัจจุบันได้แบบไม่ขวดครับ
2. พอร์ตการเชื่อมต่อ (The 5Gbps Game Changer)
- 70G ให้พอร์ต 5Gbps RJ45 มาให้ด้วย ซึ่งเหมาะมากกับการต่อเข้ากับ Switch Core หรือ NAS ที่รองรับ Multi-Gigabit
- ในขณะที่ 80F ยังเป็นพอร์ต 1Gbps ธรรมดา (SFP ก็แค่ 1Gbps)
3. หน่วยความจำ (Memory)
70G อัปเกรด RAM มาเป็น 8 GB (เพิ่มจาก 4 GB ในรุ่นเดิม) จุดนี้สำคัญมากสำหรับการทำ SSL Inspection และการเก็บ Log หรือตาราง Routing จำนวนมาก ช่วยลดโอกาสเกิดอาการ “Consoling” หรือเครื่องค้างเมื่อ Traffic หนาแน่น
4. 70G vs 90G (ศึกสายเลือดใหม่)
สองรุ่นนี้ใช้ชิป SP5 เหมือนกัน ประสิทธิภาพใกล้เคียงกันมาก แต่ 90G จะได้เปรียบเรื่องพอร์ตที่ขยับไปถึง 10Gbps (SFP+) หากองค์กรของคุณมี Backbone เป็น 10G รุ่น 90G จะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าเน้นคุ้มค่าและใช้พอร์ต LAN ทั่วไป 70G คือ “Best Value” ครับ
คำแนะนำในการเลือกใช้งาน
- ถ้าคุณใช้ 60F อยู่แล้วเริ่มอืด การโดดมา 70G คือการอัปเกรดที่คุ้มค่าที่สุดในรอบหลายปี เพราะได้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด (SP5) ที่จะรองรับ OS รุ่นใหม่ๆ ไปได้อีกนาน
- ถ้าเน้นประหยัดสุดๆ 60F ยังพอหาได้ในตลาด แต่มันคือเทคโนโลยีเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว (End of Life อาจจะใกล้เข้ามาในไม่กี่ปีข้างหน้า)
- ถ้าออฟฟิศใช้เน็ต 1Gbps หรือ 2Gbps เลิกมองรุ่น F ได้เลยครับ ต้อง 70G เท่านั้นถึงจะรีดสปีดอินเทอร์เน็ตออกมาได้คุ้มค่าเงินที่จ่ายรายเดือน