วันพฤหัสบดี, 19 กุมภาพันธ์ 2569

รีวิว FortiGate 70G ขุมพลัง SASE ยุคใหม่ เล็กพริกขี้หนูสำหรับธุรกิจไทย

ในยุคที่การทำงานแบบ Hybrid และภัยคุกคามทางไซเบอร์ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ Firewall แบบเดิมๆ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป วันนี้เราจะมาเจาะลึก FortiGate 70G น้องเล็กแต่สเปกโหดที่กำลังเป็นกระแสในวงการ IT ไทย รุ่นนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความเร็วระดับ Multi-Gigabit ในราคาที่จับต้องได้ครับ


1. ประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดดด้วยขุมพลัง SP5

หัวใจสำคัญที่ทำให้ FortiGate 70G โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนหน้า (อย่าง 60F หรือ 80F) คือชิปประมวลผล FortiSP5 (Security Processor 5) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดจาก Fortinet

  • ความเร็วเหนือชั้น ให้ประสิทธิภาพด้าน Firewall Throughput สูงถึง 28 Gbps
  • การจัดการ SSL Inspection สามารถถอดรหัสข้อมูลที่เข้ารหัสได้รวดเร็วโดยไม่ทำให้เน็ตอืด ซึ่งจำเป็นมากในยุคที่ Traffic ส่วนใหญ่เป็น HTTPS
  • ประหยัดพลังงาน แม้จะแรงขึ้นแต่กินไฟน้อยลง และระบายความร้อนได้ดีเยี่ยม เหมาะกับออฟฟิศที่ไม่ได้มีห้อง Server ติดแอร์ตลอดเวลา

2. Feature เด็ดที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

FortiGate 70G ไม่ได้เป็นแค่ Firewall กันไวรัส แต่มันคืออุปกรณ์ Next-Generation Firewall (NGFW) ที่ทำได้สารพัดประโยชน์

  • SD-WAN ในตัว สำหรับบริษัทที่มีหลายสาขา FortiGate 70G ช่วยสลับเส้นทางอินเทอร์เน็ตอัตโนมัติเมื่อลิงก์หลักล่ม ทำให้การใช้งานแอปพลิเคชันอย่าง Zoom หรือ Microsoft 365 ไม่สะดุด
  • Zero Trust Network Access (ZTNA) ช่วยให้พนักงาน Work from Home เข้าถึงทรัพยากรในบริษัทได้อย่างปลอดภัยกว่า VPN แบบเดิม
  • AI-Powered Security ด้วยบริการ FortiGuard Labs มันสามารถตรวจจับและบล็อก Ransomware หรือ Malware สายพันธุ์ใหม่ๆ ได้แบบ Real-time

3. มุมมองการแก้ปัญหา (Use Case & Troubleshooting)

จากประสบการณ์ของชาว IT ไทย มักจะเจอปัญหา “เน็ตแรงแต่ Firewall วิ่งไม่ไหว” หรือ “เปิด UTM แล้วเครื่องค้าง”

  • แก้ปัญหาคอขวด FortiGate 70G มาพร้อมพอร์ต 5Gbps RJ45 และ SFP slots ทำให้รองรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 1Gbps/2Gbps ในปัจจุบันได้สบายๆ โดยที่ CPU ไม่ดีดไป 100%
  • การจัดการที่ง่าย ผ่าน FortiOS ที่หน้าตาเป็นมิตร มี Dashboard บอกชัดเจนว่าใครแอบโหลดบิทหรือเข้าเว็บอันตราย ช่วยให้ Admin ไล่เช็กปัญหาได้ตรงจุด

4. จุดเด่นที่ทำให้ 70G ชนะขาด

  1. Compact Form Factor ขนาดเล็ก วางบนโต๊ะได้ ไม่ต้องใช้ตู้ Rack ใหญ่โต
  2. Best Performance per Watt แรงที่สุดในบรรดารุ่น Desktop-entry
  3. Future-Proof รองรับการขยายตัวของเทคโนโลยี Network ในอีก 3-5 ปีข้างหน้าได้สบาย

สรุป เหมาะกับใคร?

FortiGate 70G เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ SME ขนาดกลาง, สาขาขององค์กรใหญ่ (Branch Office), หรือแม้แต่บ้านระดับ High-end ที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุดและอินเทอร์เน็ตที่วิ่งเต็มสปีด

เปรียบเทียบ FortiGate 70G กับรุ่นยอดนิยมในอดีตอย่าง 60F (ที่หลายคนกำลังจะเปลี่ยน) และรุ่นพี่ที่ขยับขึ้นไปอีกนิดอย่าง 80F รวมถึงรุ่นใหม่อย่าง 90G ครับ

จุดตัดสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนผ่านจากชิปยุคเก่า (SOC4) มาเป็นชิปยุคใหม่ FortiSP5 ครับ

ตารางเปรียบเทียบสเปก FortiGate Series (Desktop Models)

Feature60F (รุ่นยอดนิยมเดิม)80F (รุ่นเน้น Performance)70G (รุ่นใหม่ล่าสุด)90G (รุ่นท็อป Desktop)
ChipsetSOC4SOC4FortiSP5 (รุ่นใหม่)FortiSP5 (รุ่นใหม่)
Firewall Throughput10 Gbps10 Gbps28 Gbps28 Gbps
IPS Throughput1.4 Gbps1.4 Gbps4.7 Gbps4.5 Gbps
NGFW Throughput1.0 Gbps1.0 Gbps4.0 Gbps4.0 Gbps
Threat Protection700 Mbps900 Mbps3.1 Gbps3.0 Gbps
Interfaces10x GE RJ458x GE RJ45, 2x SFP10x GE, 2x 5GE RJ45, 2x SFP8x GE, 2x 10GE (RJ45/SFP+)
Memory (RAM)4 GB4 GB8 GB8 GB

วิเคราะห์ความแตกต่างที่สำคัญ

1. ประสิทธิภาพที่ทิ้งห่าง (70G vs 60F/80F)

จะเห็นได้ว่า 70G แรงกว่า 60F และ 80F ถึง 3-4 เท่า ในเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะค่า Threat Protection (การเปิดใช้ฟีเจอร์ความปลอดภัยครบถ้วน) ที่โดดไปถึง 3.1 Gbps ในขณะที่รุ่นเดิมวิ่งไม่ถึง 1 Gbps ด้วยซ้ำ ทำให้ 70G รองรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในปัจจุบันได้แบบไม่ขวดครับ

2. พอร์ตการเชื่อมต่อ (The 5Gbps Game Changer)

  • 70G ให้พอร์ต 5Gbps RJ45 มาให้ด้วย ซึ่งเหมาะมากกับการต่อเข้ากับ Switch Core หรือ NAS ที่รองรับ Multi-Gigabit
  • ในขณะที่ 80F ยังเป็นพอร์ต 1Gbps ธรรมดา (SFP ก็แค่ 1Gbps)

3. หน่วยความจำ (Memory)

70G อัปเกรด RAM มาเป็น 8 GB (เพิ่มจาก 4 GB ในรุ่นเดิม) จุดนี้สำคัญมากสำหรับการทำ SSL Inspection และการเก็บ Log หรือตาราง Routing จำนวนมาก ช่วยลดโอกาสเกิดอาการ “Consoling” หรือเครื่องค้างเมื่อ Traffic หนาแน่น

4. 70G vs 90G (ศึกสายเลือดใหม่)

สองรุ่นนี้ใช้ชิป SP5 เหมือนกัน ประสิทธิภาพใกล้เคียงกันมาก แต่ 90G จะได้เปรียบเรื่องพอร์ตที่ขยับไปถึง 10Gbps (SFP+) หากองค์กรของคุณมี Backbone เป็น 10G รุ่น 90G จะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าเน้นคุ้มค่าและใช้พอร์ต LAN ทั่วไป 70G คือ “Best Value” ครับ


คำแนะนำในการเลือกใช้งาน

  • ถ้าคุณใช้ 60F อยู่แล้วเริ่มอืด การโดดมา 70G คือการอัปเกรดที่คุ้มค่าที่สุดในรอบหลายปี เพราะได้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด (SP5) ที่จะรองรับ OS รุ่นใหม่ๆ ไปได้อีกนาน
  • ถ้าเน้นประหยัดสุดๆ 60F ยังพอหาได้ในตลาด แต่มันคือเทคโนโลยีเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว (End of Life อาจจะใกล้เข้ามาในไม่กี่ปีข้างหน้า)
  • ถ้าออฟฟิศใช้เน็ต 1Gbps หรือ 2Gbps เลิกมองรุ่น F ได้เลยครับ ต้อง 70G เท่านั้นถึงจะรีดสปีดอินเทอร์เน็ตออกมาได้คุ้มค่าเงินที่จ่ายรายเดือน