สุขภาพทั่วไป

โรค ตาแดง อีกหนึ่งภัยที่ต้องระมัดระวัง

ภาพแสดง โรค ตาแดง เป็นลิขสิทธิ์ของทางเว็บไซต์ น้ำ ใ ส ด อ ท ค อ ม

      โรค ตาแดงเป็นโรคที่เราพบเห็นได้บ่อยและเป็นได้ทุกช่วงอายุ ทุกเพศ ทุกวัย แต่อาจจะพบมากหน่อยในวัยเด็กเพราะการป้องกันตัวเองจากฝุ่นละออง การดูแลรักษาความสะอาด หรือภูมิคุ้มกันในเด็กยังมีค่อนข้างน้อย โดยโรค ตาแดงนั้นเกิดจากการอักเสบที่เยื่อบุตาโดยมีอาการติดเชื้อไวรัส โดยพบว่าโรค ตาแดงนั้นมักจะพบได้มากในช่วงของ ฤดูฝน สภาพอากาศและความชื้นส่งผลให้เหล่าไวรัสเจริญเติบโตและส่งผลให้เกิดโรค ตาแดงได้ง่ายขึ้น และยังเป็นโรคที่ติดต่อกันได้โดยง่าย ไม่ว่าจะเป็นการ ไอ จาม ระบบหายใจ การสัมผัสกับน้ำตาผู้ป่วยโรค ตาแดง ของใช้ของผู้ป่วยที่มีเชื้อโรค ตาแดงติดอยู่ การอยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิดผู้ป่วยโรค ตาแดง ก็มีโอกาสแพร่กระจายเชื้อไปติดผู้อื่นได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ป่วยโรค ตาแดง แต่ไม่สามารถติดกันจากการจ้องมองหรือสบตา

     สาเหตุของการเกิดโรค ตาแดง
     โดย โรค ตาแดง นั้นเกิดจากเชื้อไวรัส อะดิโนไวรัส (adenovirus) เป็นส่วนมาก โดยเกิดจากดวงตานั้นได้รับหรือสัมผัสกับเชื้อโรค สัมผัสกับสิ่งของหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่มีเชื้อโรคนี้ติดอยู่ ผ่านทางมือที่ไปหยิบจับสัมผัสโดนเชื้อโรคและไม่ได้ทำการล้างมือหรือทำการทำความสะอาดแล้วมาทำการขยี้ตาหรือเช็ดตาก็ทำให้เชื้อไวรัสเข้าไปติดกับดวงตา ทำให้เกิดอาการระคายเคืองและส่งผลให้เยื่อบุตาอักเสบและเกิดอาการตาแดง
     อาการของโรค ตาแดง
     โดยอาการของโรคตาแดงนั้นจะไม่ร้ายแรงมากนัก อาจจะมีอาการเคืองตา น้ำตาไหล หรือมีขี้ตา มีต่อมน้ำเหลืองด้านหน้าหูโตขึ้น
     การป้องกันเบื้องต้น

  1. ล้างมือให้สะอาด จากสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ เมื่อต้องมีการสัมผัสดวงตาหรือรอบๆดวงตา
  2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตาถ้ามือหรือสิ่งของที่ใช้นั้นไม่สะอาดหรือเป็นสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ที่กำลังเป็นตาแดง
  3. ไม่ควรอยู่ใกล้คลุกคลีกับผู้มีอาการตาแดง
  4. อย่าปล่อยให้แมลงวันหรอแมลงต่างๆ ตอมที่ตาเพราะเป็นพาหะนำโรคเข้าสู่ตาได้เช่นกัน
  5. เมื่อทราบว่าเป็นตาแดงควรขอหยุดงานหรือเรียน เพื่อไม่ให้ไปติดต่อผู้อื่น
  6. หมั่นดูแลอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ เครื่องนุ่งห่มต่างๆให้สะอาดเสมอ

     โรค ตาแดง นั้นส่วนใหญ่จะสามารถหายได้เองภายใน 1-3 สัปดาห์ ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อนหรือติดเชื้อแบคทีเลีย แต่ข้อควรระวังเพราะอาการแดงในเยื่อบุตา หรือการที่ตาอักเสบนั้นไม่ได้เป็นเฉพาะโรค ตาแดงเพียงเท่านั้น อาจเป็นการบอกว่ามีโรคตาชนิดอื่นที่รุนแรงมากกว่าด้วย ไม่ว่าจะเป็นต้อหิน ม่านตาอักเสบ หนองภายในบริเวณดวงตา อาการเหล่านี้ก็ส่งผลให้ตาอักเสบแดงได้เช่นกัน ดังนั้นเมื่อรู้สึกตาพล่ามัวมากขึ้น มีการปวดที่ตาเคืองตามากขึ้น ไม่ยอมหาย ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อให้ตรวจและให้วิธีการรักษาเพิ่มเติมอย่างละเอียดเพื่อความปลอดภัยของดวงตา

 
 

บทความดีๆ

บทความติดอันดับ