วันศุกร์, 15 พฤษภาคม 2569

เจาะลึก! จีนสร้าง ‘จอกศักดิ์สิทธิ์’ เครื่องผลิตชิป EUV ไม่ง้อตะวันตก ทะลวงขีดจำกัด AI โลก

07 ก.พ. 2026
443

หากจะพูดถึงความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีนในศตวรรษนี้ คงหนีไม่พ้นการสร้าง “เครื่องผลิตชิป EUV (Extreme Ultraviolet)” ซึ่งเปรียบเสมือน “จอกศักดิ์สิทธิ์” ของวงการเทคโนโลยี เพราะนี่คือเครื่องจักรชนิดเดียวในโลกที่สามารถผลิตชิปขนาดเล็กกว่า 7 นาโนเมตร ซึ่งใช้ในสมาร์ทโฟนระดับเรือธงและ AI อัจฉริยะได้

บทความนี้จะเจาะลึกที่มา ที่ไป และเบื้องหลังความพยายามที่จีนเรียกขานว่า “โครงการแมนแฮตตันแห่งศตวรรษที่ 21”


1. ที่มาและที่ไป ทำไมต้องสร้างเอง?

เดิมทีโลกมีผู้เล่นเพียงรายเดียวคือ ASML จากเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยี EUV ทั้งหมด แต่เนื่องจากการคว่ำบาตรทางการค้าจากสหรัฐฯ ทำให้จีนไม่สามารถสั่งซื้อเครื่องจักรนี้ได้เลยแม้แต่เครื่องเดียว (เครื่องละกว่า 200 ล้านดอลลาร์)

จีนจึงต้องเปลี่ยนกลยุทธ์จาก “การซื้อ” มาเป็นการ “สร้างเองจากศูนย์” ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลและยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีอย่าง Huawei และ SMEE (Shanghai Micro Electronics Equipment)


2. ความเป็นมาและสถานะปัจจุบัน (อัปเดตปี 2026)

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนได้เปลี่ยนโรงงานและห้องแล็บใน เซินเจิ้น และ เซี่ยงไฮ้ ให้เป็นเขตหวงห้ามเพื่อวิจัยเรื่องนี้โดยเฉพาะ:

  • ช่วงปี 2023-2024 มีรายงานว่าจีนเริ่มประสบความสำเร็จในการจดสิทธิบัตรส่วนประกอบสำคัญ เช่น แหล่งกำเนิดแสง EUV และระบบเลนส์สะท้อนแสง
  • ต้นปี 2025 จีนสามารถสร้าง เครื่องต้นแบบ (Prototype) ได้สำเร็จในห้องแล็บลับที่เซินเจิ้น โดยเครื่องมีขนาดใหญ่มากจนกินพื้นที่เกือบทั้งชั้นของโรงงาน
  • ปัจจุบัน (2026) จีนกำลังอยู่ในขั้นตอนการ “ปรับแต่ง” ความแม่นยำ (Calibration) เพื่อให้สามารถผลิตชิปออกมาได้จริงในเชิงพาณิชย์

3. บุคลากรที่เกี่ยวข้อง: “ผู้กอบกู้” ในเงามืด

เบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือ “สงครามชิงตัวคน”

  • อดีตวิศวกร ASML มีรายงานว่าทีมงานหัวกะทิประกอบด้วยอดีตวิศวกรจาก ASML และบริษัทคู่ค้าในยุโรปที่ถูกดึงตัวมาด้วยค่าตอบแทนมหาศาล (บางรายได้โบนัสแรกเข้ากว่า 15-20 ล้านบาท) โดยต้องทำงานภายใต้นามแฝงเพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงกฎหมายระหว่างประเทศ
  • Lin Nan (หลิน หนาน) อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแหล่งกำเนิดแสงของ ASML ซึ่งปัจจุบันเป็นกำลังสำคัญในสถาบันวิทยาศาสตร์จีน (CAS) ในการวิจัยสิทธิบัตรแสง EUV
  • Liang Mong-song (เหลียง ม่งซง) ซีอีโอร่วมของ SMIC (ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของจีน) ซึ่งเป็นอดีตมือดีจาก TSMC และ Samsung เขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการพาจีนก้าวข้ามขีดจำกัดไปสู่ชิป 7 นาโนเมตรด้วยเครื่อง DUV แบบเก่า และตอนนี้กำลังรอคอยเครื่อง EUV ฝีมือคนจีน

4. ข้อมูลเชิงลึก เทคโนโลยีที่ต่างจากตะวันตก

จีนไม่ได้แค่ “ก๊อปปี้” แต่กำลังลองใช้วิธีที่แตกต่าง:

  • SSMB (Steady-state Micro-bunching) จีนกำลังวิจัยการใช้เครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่เพื่อสร้างแสง EUV ที่มีความเสถียรและพลังงานสูงกว่าวิธีเดิมของ ASML ซึ่งหากสำเร็จ อาจทำให้เครื่องผลิตชิปของจีนมีประสิทธิภาพสูงกว่าและราคาถูกกว่าในระยะยาว
  • ความท้าทายเรื่อง “กระจก” ส่วนที่ยากที่สุดคือกระจกสะท้อนแสงที่ต้องเรียบระดับอะตอม (ผลิตโดย Zeiss ในเยอรมนี) ซึ่งปัจจุบันสถาบันในฉางชุน (CIOMP) กำลังเร่งพัฒนาเพื่อทดแทนการนำเข้า

5. อนาคต สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

  • ปี 2028 เป้าหมายที่จีนวางไว้คือการเริ่มผลิตชิปด้วยเครื่อง EUV ของตัวเองเป็นครั้งแรก (First Wafer Out)
  • ปี 2030 จีนตั้งเป้าที่จะพึ่งพาตัวเองได้ 100% ในอุตสาหกรรมชิปขั้นสูง และเริ่มท้าทายอำนาจของ TSMC และ Intel ในตลาดโลก
  • ผลกระทบ หากจีนทำสำเร็จ กำแพงภาษีและการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ จะไร้ความหมาย และโลกจะเข้าสู่ยุค “Bipolar Tech” ที่มีมาตรฐานเทคโนโลยีสองขั้วอย่างชัดเจน

เกร็ดที่น่าสนใจ โครงการนี้ถูกเก็บเป็นความลับสุดยอดถึงขั้นที่พนักงานในแล็บต้องฝากสมาร์ทโฟนไว้ข้างนอก และมีการตรวจสอบประวัติย้อนหลังอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการจารกรรมทางอุตสาหกรรม

การที่จีนตัดสินใจเดินหน้าโครงการผลิตชิปด้วยตัวเองนั้นไม่ได้มีแค่เรื่องการไล่ตามเทคโนโลยีเดิม แต่คือการ “คิดใหม่ทำใหม่” โดยเฉพาะเทคนิค SSMB ที่เปรียบเสมือนการสร้างดวงอาทิตย์จิ๋วในโรงงาน และการเติบโตของ SMEE ที่กลายเป็นความหวังเดียวของชาติ

นี่คือรายละเอียดเชิงลึกที่คุณต้องการครับ


1. เจาะลึกเทคนิค SSMB: ทางลัดสู่แสง EUV ของจีน

ในขณะที่เครื่อง EUV ของ ASML ใช้เลเซอร์ยิงใส่หยดดีบุก (LPP – Laser Produced Plasma) เพื่อสร้างแสง แต่จีนกำลังพัฒนาเทคนิคที่เรียกว่า SSMB (Steady-state Micro-bunching) ซึ่งมีหลักการทำงานที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

SSMB คืออะไร?

SSMB คือเทคนิคการสร้างแสงโดยใช้ เครื่องเร่งอนุภาค (Particle Accelerator) โดยมีหลักการดังนี้:

  • การรวมกลุ่มอิเล็กตรอน ทำการเร่งอิเล็กตรอนให้วิ่งเป็นวงกลมในระดับความเร็วใกล้แสง
  • Micro-bunching ใช้เลเซอร์ปรับแต่งให้อิเล็กตรอนรวมตัวกันเป็น “ก้อนเล็กๆ” (Micro-bunches) ที่มีความยาวคลื่นสั้นมากระดับนาโนเมตร
  • Coherent Light เมื่ออิเล็กตรอนที่รวมกลุ่มกันนี้วิ่งผ่านสนามแม่เหล็ก จะปล่อยแสง EUV ที่มีความเข้มสูงและมีความต่อเนื่อง (Steady-state) ออกมา

ทำไมจีนถึงเลือก SSMB?

  1. พลังงานสูงกว่า: SSMB สามารถผลิตแสง EUV ที่มีกำลังสูงกว่า 1 กิโลวัตต์ (kW) ซึ่งสูงกว่าเครื่องของ ASML ปัจจุบัน ทำให้ผลิตชิปได้เร็วขึ้นและแม่นยำขึ้น
  2. ความเสถียร: แสงที่ได้มีความบริสุทธิ์สูงกว่า ลดปัญหาความร้อนสะสมในเลนส์สะท้อน
  3. เลี่ยงสิทธิบัตร: เป็นการเดินบนเส้นทางเทคโนโลยีใหม่ที่ ASML ไม่ได้จดสิทธิบัตรครอบคลุมไว้ทั้งหมด

2. ประวัติและบทบาทของ SMEE (Shanghai Micro Electronics Equipment)

SMEE ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 ที่เซี่ยงไฮ้ โดยมีภารกิจเดียวคือ “ทำให้จีนผลิตเครื่องพิมพ์วงจรชิป (Lithography) เองให้ได้”

ยุคบุกเบิก (2002 – 2015)

  • เริ่มต้นจากการผลิตเครื่องพิมพ์สำหรับชิปพื้นฐาน (90nm) และเครื่องแพ็กเกจจิ้งชิป
  • ในช่วงแรก SMEE ถูกมองว่าเป็นผู้เล่นระดับล่างที่ตามหลังโลกอยู่กว่า 20 ปี

จุดเปลี่ยนและการก้าวกระโดด (2018 – ปัจจุบัน)

  • การคว่ำบาตร เมื่อสหรัฐฯ เริ่มกีดกันเทคโนโลยี รัฐบาลจีนได้อัดฉีดงบประมาณมหาศาล (กว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์) เข้าสู่ SMEE
  • เครื่อง SSA800 ในปี 2023-2025 SMEE ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่อง DUV (Deep Ultraviolet) ระดับ 28nm ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญ เพราะเป็นฐานรากที่จะต่อยอดไปสู่ 7nm โดยใช้เทคนิคการพิมพ์ซ้ำ (Multi-patterning)
  • การปรับโครงสร้าง (2025-2026) SMEE ได้แยกบริษัทลูกเพื่อโฟกัสการวิจัย EUV โดยเฉพาะ และเริ่มส่งมอบเครื่องรุ่นใหม่ให้โรงงาน SMIC เพื่อทดสอบผลิตจริง

3. ความเป็นไปได้ในอนาคต จะเกิดอะไรขึ้นต่อ?

ในขณะที่โลกมองว่าจีนยังห่างไกล แต่ภายในปี 2026-2028 เราอาจได้เห็นสิ่งเหล่านี้:

  • Mini-Factory รอบเครื่องเร่งอนุภาค แทนที่จะเป็นเครื่องจักรขนาดรถบัสตั้งในโรงงาน จีนอาจสร้าง “นิคมอุตสาหกรรม” ที่มีเครื่องเร่งอนุภาค SSMB อยู่ตรงกลาง และส่งแสง EUV ไปยังสถานีผลิตชิปหลายๆ จุดรอบข้าง
  • การทะลุขีดจำกัด 2nm หากเทคโนโลยี SSMB ใช้งานได้จริง จีนอาจก้าวกระโดดไปผลิตชิประดับ 2nm หรือต่ำกว่าได้เร็วกว่าที่นักวิเคราะห์ตะวันตกคาดการณ์ไว้

ข้อสังเกต ความยากของ SMEE ไม่ใช่แค่การสร้างแสง แต่คือ “ระบบเลนส์สะท้อน” และ “ความแม่นยำระดับปรมาณู” ของแท่นวางแผ่นเวเฟอร์ ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่วิศวกรจีนกำลังเร่งแก้ไขในขณะนี้

สำหรับหัวใจสำคัญที่จะทำให้เครื่อง EUV ทำงานได้ ไม่ใช่แค่เรื่องแสง แต่คือ “ระบบกระจกสะท้อนแสง” เพราะแสง EUV นั้นถูกสสารเกือบทุกชนิดดูดกลืนได้ (แม้แต่อากาศ) จึงใช้เลนส์แก้วธรรมดาไม่ได้ ต้องใช้กระจกที่เคลือบสารพิเศษสลับกันหลายร้อยชั้นครับ


1. เจาะลึกเลนส์สะท้อนแสงจากสถาบันฉางชุน (CIOMP)

สถาบันทัศนศาสตร์ กลศาสตร์ความแม่นยำ และฟิสิกส์แห่งฉางชุน (CIOMP) คือหน่วยงานที่รับผิดชอบส่วนที่ “ยากที่สุด” ของเครื่องผลิตชิป

โครงสร้างระดับอะตอม

  • วัสดุ ใช้กระจกที่ทำจากเซรามิกขยายตัวต่ำเป็นพิเศษ เคลือบด้วยชั้น Molybdenum (โมลิบดีนัม) และ Silicon (ซิลิคอน) สลับกันมากกว่า 50-100 ชั้น เพื่อสะท้อนแสง EUV ที่ความยาวคลื่น 13.5nm
  • ความเรียบระดับพระเจ้า กระจกนี้ต้องมีความเรียบในระดับที่ว่า “หากขยายกระจกให้ใหญ่เท่าขนาดทวีปเอเชีย ความสูงของภูเขาที่สูงที่สุดบนผิวกระจกต้องไม่เกิน 1 มิลลิเมตร”
  • เทคนิคการขัดผิว CIOMP ใช้ลำแสงไอออน (Ion Beam Etching) ในการกัดผิวกระจกทีละอะตอมเพื่อให้ได้ความโค้งที่แม่นยำที่สุด

2. เปรียบเทียบสเปก SMEE (China) vs ASML (Netherlands)

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าจีนอยู่จุดไหนเมื่อเทียบกับยักษ์ใหญ่ของโลก นี่คือตารางเปรียบเทียบข้อมูลล่าสุด (คาดการณ์ปี 2026)

คุณสมบัติASML (รุ่น TWINSCAN NXE)SMEE (รุ่นพัฒนาสำหรับ EUV)
แหล่งกำเนิดแสงLPP (เลเซอร์ยิงหยดดีบุก)SSMB (เครื่องเร่งอนุภาค)
ความละเอียด (Resolution)< 13nm (ผลิตชิป 2-3nm ได้)= 28-14nm (เป้าหมายระยะแรก)
กำลังส่องสว่าง250W – 500Wตั้งเป้า > 1000W (ด้วยระบบ SSMB)
ความแม่นยำ (Overlay)< 1.1 nmประมาณ 2-3 nm
สถานะการผลิตผลิตเชิงพาณิชย์ทั่วโลกอยู่ในขั้นทดสอบ/ใช้งานภายใน
จุดเด่นเสถียรที่สุด, ตัวเครื่องกะทัดรัดกว่าพลังงานสูงกว่า, ขยายขีดจำกัดได้ไกลกว่า

3. ความต่างที่สำคัญ “ขนาด” และ “แนวคิด”

  • ASML เน้นความเป็น “เครื่องจักรสำเร็จรูป” ที่ส่งไปติดตั้งในโรงงานไหนก็ได้ทั่วโลก เครื่องมีขนาดเท่ารถบัส
  • SMEE + SSMB เน้นความเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” เนื่องจากระบบ SSMB ต้องใช้เครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ (วงแหวนกว้างหลายสิบเมตร) โรงงานชิปของจีนในอนาคตจึงอาจต้องสร้างล้อมรอบตัวแหล่งกำเนิดแสงนี้ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเรื่องพลังงานแสงไม่พอได้อย่างเบ็ดเสร็จ

4. สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า

เราจะได้เห็นการทดสอบ “Full Chain” ครั้งแรก คือการนำเลนส์จากฉางชุน, แหล่งกำเนิดแสง SSMB และตัวเครื่องจาก SMEE มารวมร่างกัน หากเครื่องจักรนี้สามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องเกิน 24 ชั่วโมงโดยไม่สะดุด นั่นหมายความว่าจีนได้ประกาศอิสรภาพทางเทคโนโลยีอย่างสมบูรณ์ครับ

หากโครงการเครื่องผลิตชิป EUV และเทคโนโลยี SSMB ของจีนประสบความสำเร็จ จะเกิดแรงกระเพื่อมมหาศาลต่อตลาดหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ของจีน (A-shares และ H-shares) โดยหุ้นที่น่าจับตามองที่สุดจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักตามบทบาทในห่วงโซ่อุปทาน ดังนี้ครับ:


1. กลุ่มต้นน้ำ: ผู้ผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ (The Toolmakers)

กลุ่มนี้คือผู้ที่จะได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการสร้างเครื่อง EUV และ SSMB

  • SMEE (Shanghai Micro Electronics Equipment) แม้จะยังไม่ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โดยตรง (Unlisted) แต่ต้องจับตาบริษัทแม่หรือพันธมิตรที่ถือหุ้น เช่น Shanghai Electric (601727.SS) เพราะ SMEE คือหัวหอกในการประกอบเครื่อง EUV
  • NAURA Technology (002371.SZ) ยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์ผลิตชิป (Etching/Deposition) หากจีนผลิตเครื่อง EUV เองได้ NAURA จะเป็นผู้จัดหาระบบสนับสนุนทั้งหมดภายในโรงงาน
  • AMEC (688012.SS) เชี่ยวชาญด้านเครื่องกัด (Etch tools) ระดับ 5nm และต่ำกว่า ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการทำงานควบคู่ไปกับเครื่อง EUV

2. กลุ่มกลางน้ำ โรงงานรับจ้างผลิต (The Foundries)

ผู้ที่จะนำเครื่องจักรเหล่านี้ไปใช้งานเพื่อผลิตชิปออกมาเป็นชิ้นงานจริง

  • SMIC (0981.HK / 688981.SS) พี่ใหญ่ของวงการชิปจีน หากมีเครื่อง EUV ใช้งาน SMIC จะสามารถข้ามขีดจำกัดจาก 7nm ไปสู่ 3nm หรือ 2nm ได้ทันที ซึ่งจะทำให้มูลค่าบริษัทพุ่งสูงขึ้นเพื่อท้าทาย TSMC
  • Hua Hong Semiconductor (1347.HK) เน้นชิปเฉพาะทางและชิปสำหรับ EV แม้จะไม่ได้เน้นชิปขั้นสูงเท่า SMIC แต่จะได้อานิสงส์จากการพึ่งพาเทคโนโลยีในประเทศ 100%

3. กลุ่มปลายน้ำ ผู้ออกแบบและผู้ใช้งาน AI (The Designers)

เมื่อจีนมีโรงหล่อชิปขั้นสูงเอง บริษัทเหล่านี้จะไม่กลัวการคว่ำบาตรอีกต่อไป:

  • Cambricon Technologies (688256.SS) ฉายา “Nvidia แห่งเมืองจีน” ผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ที่สุดของจีน ความสำเร็จของ EUV จะทำให้ชิป AI ของเขามีประสิทธิภาพทัดเทียมระดับโลก
  • Huawei (ผ่านบริษัทลูกและคู่ค้า) แม้ Huawei จะไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้น แต่หุ้นใน “Huawei Concept” (บริษัทที่ซัพพลายของให้ Huawei) จะพุ่งแรงทุกครั้งที่มีความคืบหน้าเรื่องชิป

📊 ตารางสรุปหุ้นเด่นน่าจับตา (Snapshot 2026)

ชื่อหุ้นตัวย่อบทบาทหลักความเกี่ยวข้องกับโครงการ EUV
SMIC0981.HKโรงหล่อชิป (Foundry)ผู้ใช้งานหลักและผู้รับผลประโยชน์สูงสุด
NAURA002371.SZเครื่องจักรผลิตชิปสร้างระบบสนับสนุนเครื่อง EUV ในโรงงาน
Cambricon688256.SSผู้ออกแบบชิป AIได้ชิปประสิทธิภาพสูงไปแข่งกับ Nvidia
AMEC688012.SSอุปกรณ์ Etchingช่วยในกระบวนการพิมพ์ลายวงจรที่ซับซ้อน

⚠️ ข้อควรระวังในการลงทุน

การลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้มีความผันผวนสูงเนื่องจาก:

  1. นโยบายการเมือง การตอบโต้จากสหรัฐฯ อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
  2. ระยะเวลา แม้เทคโนโลยีจะสำเร็จ แต่การเพิ่มอัตราการผลิต (Yield Rate) ให้คุ้มทุนต้องใช้เวลาหลายปี
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Agentic AI อนาคตแห่งการทำงาน เมื่อ AI ไม่ได้แค่คิด แต่ช่วยตัดสินใจและลงมือทำแทนคุณ
เจาะลึกความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ในยุค AI อาวุธใหม่ โอกาส และความท้าทายแห่งอนาคต
เจาะลึก SanDisk กับวัฏจักรราคา NAND Flash เมื่อยุค AI ขับเคลื่อนตลาดหน่วยความจำ
อนาคตของคอมพิวเตอร์ในอีก 10 ปีข้างหน้า เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโลก (2026) | Numsai Tech
ชำแหละความจริง! เกิดอะไรขึ้นกับ Intel Core Ultra 9 285K ถึงโดน Core Ultra 7 270K Plus แย่งซีน? เจาะลึกสเปกและทิศทางใหม่จาก Intel
🚀 การ์ดจอ (GPU) จำเป็นแค่ไหน? เจาะลึกความสำคัญที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องเกม